รูเล็ต คืออะไรและวิธีการทำเงิน

รูเล็ต คืออะไรขั้นตอนการเล่นมีอะไรบ้าง?

รูเล็ต (Roulette) เกมเดิมพันจากวงล้อและลูกบอล ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในเว็บพนันออนไลน์ โดยมีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส และถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1842 ในอดีตนักพนันสามารถเข้าไปเล่นได้ตามบ่อนคาสิโนทั่วไป แต่เมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีมากขึ้น ทำให้เราสามารถเล่นเกมนี้ได้ผ่านเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเกมนี้มีจุดเด่นคือ การใช้วงล้อที่ประกอบไปด้วยตัวเลข 0 – 36 สลับตำแหน่ง และสลับสีกัน แล้วหมุนเพื่อออกรางวัล ซึ่งจะมีลูกเหล็กเล็กๆ กลิ้งไปมาตามแรงหมุน ถ้าลูกกลิ้งเหล็กไปหยุดหรือตกลงในช่องตัวเลขไหน ผู้เล่นที่วางเดิมพันตัวเลขนั้นก็ได้รับรางวัลไป

รู้จักเกมรูเล็ตทั้ง 2 ชนิด

อีกหนึ่งสิ่งที่นักเสี่ยงโชคมือใหม่จะต้องเรียนรู้เบื้องต้น คือ ชนิดของเกมรูเล็ต โดยเราสามารถแบ่งชนิดของเกมได้จากลักษณะของโต๊ะรูเล็ต สิ่งนี้เป็นส่วนสำคัญในการเดิมพันอย่างมาก แม้จะมีความแตกต่างในการเล่นเพียงเล็กน้อย แต่ก็ถือเป็นความแตกต่าง เพราะฉะนั้นมารู้จักกับโต๊ะเดิมพันรูเล็ตทั้ง 2 ชนิดกันเลย

1. โต๊ะรูเล็ตแบบยุโรป

ประกอบไปด้วยตัวเลขตั้งแต่ 0 – 36 รวมทั้งหมดเป็น 37 หมายเลข ซึ่งเป็นโต๊ะรูเล็ตที่สร้างโอกาสในการชนะแก่ผู้เดิมพันมากขึ้น

2. โต๊ะรูเล็ตแบบอเมริกา

ประกอบไปด้วยตัวเลขตั้งแต่ 0 – 36 และเพิ่ม 00 อีกหนึ่งช่องในวงล้อ รวมทั้งหมดเป็น 38 หมายเลข ซึ่งโต๊ะประเภทนี้สร้างความได้เปรียบแก่ฝั่งคาสิโนมากกว่าผู้เดิมพันเล็กน้อย

รูเล็ต

ขั้นตอนการเล่นรูเล็ตไม่ยากอย่างที่คิด

เพื่อเพิ่มทักษะให้คุณเป็นนักเดิมพันแห่งโลกคาสิโน การรู้กติกาและวิธีการเล่นรูเล็ตเบื้องต้น จะเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ เพราะคุณสามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างผลกำไรจากการชนะเงินเดิมพันในอนาคตได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

ทำความเข้าใจวิธีเล่นรูเล็ตเบื้องต้น

  1. ผู้ควบคุมเกม (Croupier) จะจับเวลา 60 วินาที ให้นักเดิมพันเลือกวางเดิมพันตามหมายเลข หรือรูปแบบที่ต้องการ ซึ่งการเลือกแต่ละรูปแบบนั้นจะมีสัดส่วนการจ่ายที่แตกต่างกันไป
  1. หลังจากวางเดิมพันแล้ว ผู้ควบคุมเกม (Croupier) จะทำการหมุนวงล้อรูเล็ตไปทางซ้าย แล้วโยนลูกบอลลงไปตามแนวการหมุนของวงล้อรูเล็ต
  1. เมื่อลูกบอลหยุดลงที่หมายเลขใดหมายเลขหนึ่ง ผู้ควบคุมเกมจะแสดงผลหมายเลขที่ลูกบอลอยู่ แล้วนำมาเปรียบเทียบเพื่อตรวจสอบผล

รูปแบบการแทงรูเล็ตมีอยู่ 2 รูปแบบ

เกมรูเล็ตมีวิธีการเดิมพันหลากหลายให้เลือกเล่น โดยการแบ่งรูปแบบการเดิมพันออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ คือการเดิมพันในรูปแบบ Outside bet  และ Inside bet

  • Outside bet  – รูปแบบการเดิมพันที่ไม่มีการจำเพาะเจาะจงในตัวเลข เช่น การเดิมพันด้วยรูปแบบการเดิมพัน คู่คี่ แดงดำ หรือ สูงต่ำ เป็นต้น
  • Inside bet – รูปแบบการเดิมพันตัวเลขต่างๆ ที่มีในกระดานรูเล็ต เช่น เลือกวางเดิมพันหมายเลข 1 หรือ วางเดิมพันคร่อมหมายเลข 5, 6 และ 7 รูปแบบนี้จะทำให้มีอัตราการจ่ายผลตอบแทนสูงกว่าการเดิมพันแบบ Outside แต่ก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้นด้วยเช่นกัน

เรียนรู้รูปแบบการแทง รูเล็ต เพิ่มเติมอีก 11 แบบ

นอกจากนี้ยังมีวิธีการแทงรูเล็ตอีก 11 วิธีด้วยกัน ซึ่งในแต่ละตัวเลือกจะมีสัดส่วนของการจ่ายผลตอบแทนและการเดิมพันที่ต่างกันออกไป มาดูกันเลยว่าในแต่ละวิธีจะเป็นอย่างไร และวิธีไหนจะเป็นแนวทางที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ

  1. Black – Red (เต็ง ดำ – แดง)

นักเดิมพันสามารถเลือกเลขเดิมพันได้ถึง 36 หมายเลข ตั้งแต่หมายเลข 1 จนถึง 36 ซึ่งวัดผลแพ้ชนะจากการที่ลูกบอลรูเล็ตนั้นตกลงที่แถบ สีดำ หรือ สีแดง เป็นหลัก โดยมีอัตราจ่ายเงินรางวัลที่ 1:1

  1. Even – Odd (เต็ง คู่ – คี่)

เป็นวิธีที่มีความเสี่ยงต่ำ เพียงเลือกแทงเลขที่ออกนั้นจะเป็นเลขคู่ หรือเลขคี่ หากผลการทายรูเล็ต ออกมาได้หมายเลข 0 เจ้ามือจะเป็นผู้ชนะในตานั้น โดยมีอัตราจ่ายเงินรางวัลที่ 1:1

  1. Big – Small (สูง – ต่ำ)

เป็นวิธีการแทงว่าเลขที่ออกนั้นจะเป็นเลขสูงหรือต่ำ ซึ่งเลข ‘ต่ำ’ ในรูเล็ต คือ 1-18 และเลข ‘สูง’ คือ 19-36 โดยมีอัตราจ่ายเงินรางวัลที่ 1:1

  1. Column (เต็งแถว) 

เกมรูเล็ตจะมีแถวให้นักเดิมพันเลือกเดิมพัน 3 แถว คือ 1st, 2nd และ 3rd ในแต่ละแถวจะมี 12 หมายเลข รวมหมายเลขทั้งหมด 3 โซน รวมเป็น 36 หมายเลข โดยมีอัตราจ่ายเงินรางวัลที่ 1:2

  1. Dozen (เต็งโซน)

นักเสี่ยงโชคสามารถเลือกเดิมพันด้วยวิธีนี้โดยเลือกหมายเลขจาก 3 โซน คือ 1st (1 – 12), 2nd (13 – 24), และ 3rd (25 – 26) ในแต่ละโซนจะมีหมายเลขอยู่ 12 หมายเลข ผู้ชนะจะอ้างอิงจากโซนที่ออกผลรางวัล โดยมีอัตราจ่ายเงินรางวัลที่ 1:2

  1. Basket (คร่อมสี่เลขแบบบาสเก็ต)

นักเสี่ยงโชคสามารถวางเดิมพันคร่อมหมายเลข ได้แค่ 0, 1, 2 และ 3 เท่านั้น โดยมีอัตราจ่ายเงินรางวัลที่ 1:8

  1. Line (คร่อมหกเลข)

นักเสี่ยงโชคสามารถวางเดิมพันด้วยวิธีนี้เผื่อไว้ได้ ในกรณีที่ยังมองไม่เห็นความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้น คือการคร่อมหมายเลขถึง 6 หมายเลข ยกเว้นเลข 0 โดยมีอัตราจ่ายเงินรางวัลที่ 1:5

  1. Square (คร่อมสี่เลข)

อีกหนึ่งวิธีที่สามารถนำไปใช้ได้ในกรณีที่ยังไม่มีหมายเลขในดวงใจ รูปแบบวิธีเดิมพันคล้ายกับแบบ Line แต่จะลดจำนวนตัวเลขที่วางคร่อมเหลือเพียง 4 ตัว โดยการนำชิปเดิมพันวางตรงกลางระหว่างทั้ง 4 หมายเลข ที่สำคัญวิธีนี้มีอัตราจ่ายสูงด้วย (1:8)

  1. Street (คร่อมสามเลข)

วิธีการสร้างกำไร ที่มีความเสี่ยงแต่คุ้มไม่น้อย คือรูปแบบการวางคร่อม 3 หมายเลข ซึ่งมีวิธีการวางเหมือนกับ Line และ Square แต่คุณสามารถวางคร่อมได้แค่ 3 เลขเท่านั้น หากทายผลรูเล็ตถูก อัตรการจ่ายจะสูงถึง 11 เท่า (1:11)

  1. Split (คร่อมสองเลข)

ความคุ้มค่าที่ควรลองเสี่ยงอีกวิธี คือการวางคร่อม 2 หมายเลข โดยมีวิธีการวางเหมือน 3 ข้อข้างต้นแต่คุณสามารถวางคร่อมได้แค่ 2 เลขเท่านั้น หากทายผลรูเล็ตถูก อัตราการจ่ายจะสูงถึง 17 เท่า (1:17)

  1. Straight up (เต็งเลข)

วิธีนี้เป็นการเลือกตัวเลขเดียวจากวงล้อ คุณสามารถเลือกเลขใดก็ได้ 1 ตัว (หมายเลข 0 – 36)หากคุณทายหมายเลขถูก เงินรางวัลรูเล็ต คูณ 35 เท่า (1:35) จะตกเป็นของคุณทันที

เล่นรูเล็ตดีอย่างไร

สำหรับใครที่เริ่มหลงเสน่ห์วงล้อของคาสิโนเข้าแล้ว แต่ยังไม่มั่นใจเท่าไรว่าเกมนี้จะตอบโจทย์คุณได้จริงหรือไม่ หากได้ลองอ่านข้อดีของรูเล็ตต่อไปนี้ อาจช่วยคุณตัดสินใจได้ว่าจะเริ่มวางเดิมพันได้เร็วขึ้น

1. ลูกบอลในวงล้อสร้างความตื่นเต้น

ความสนุกและน่าตื่นเต้นจะเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มวางเดิมพันเกมรูเล็ต โดยวินาทีแรกที่ลูกบอลเริ่มตกลงในวงล้อที่หมุนเร็วขึ้นจนช้าลง จะยิ่งสร้างความตื่นเต้นให้ผู้เดิมพันร่วมลุ้นว่าใครจะเป็นผู้ชนะการเดิมพันนั้นไป

2. รูปแบบการวางเดิมพันหลากหลาย

คุณสามารถเลือกวางเดิมพันได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข แถว หรือสี ทั้งหมดนี้ทำให้การเดิมพันสนุกขึ้น ไม่ซ้ำซากจำเจ ผู้เล่นสามารถปรับการเดิมพันในการเพิ่มหรือลดความเสี่ยงได้ตลอดเวลา

3. อัตราการชนะเดิมพันสูง

การเล่นรูเล็ตนั้นมีรูปแบบการวางเดิมพันหลากหลายทางให้ได้เลือกลงทุน คุณสามารถพลิกเกมเพื่อลดความเสี่ยงและกระจายโอกาสชนะการเดิมพันได้เสมอ

สรุป

ความสนุกของรูเล็ตไม่ได้มีเพียงเท่านี้ หากคุณนำวิธีเบื้องต้นไปประยุกต์ใช้ในสนามจริงได้ จะยิ่งส่งผลให้คุณกลายเป็นตัวเต็งผู้พิชิตเงินรางวัลจากโลกคาสิโนได้ในไม่ช้า อย่างไรก็ตามทุกการวางเดิมพันย่อมมีความเสี่ยง แม้จะมีความสนุก ตื่นเต้น เร้าใจในทุกการเดิมพันก็ตาม แต่การเล่นโดยใช้สติ สมาธิรวมไปถึงการวางแผนลงเงินที่ดี จะช่วยทำให้คุณลดความเสี่ยงในการเสียเดิมพัน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการกอบโกยรางวัลได้อย่างแน่นอน

 

5 เทคนิค คาสิโนออนไลน์ ให้ได้เงิน

ไพ่แคง ประวัติและวิธีการเล่น

ไพ่แคง คืออะไรมีวิธีการเล่นและกติกาอย่างไร?

ไพ่แคง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเล่นเกมเดิมพันซึ่งเป็นไพ่ที่แตกต่างจากการเล่นแบบไพ่ในรูปแบบอื่น เพราะ ไพ่แคง จะชัยแต้มที่เหลือน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะการเดิมพันซึ่งไพ่แคงนั้นเวลาที่เล่นเดิมพันจะเล่นด้วยกัน 2-6 คน เดิมนั้นไพ่แคงเป็นการละเล่นที่ไม่แพร่หลายมากนักเพราะเป็นที่นิยมเฉพาะพื้นที่ แต่ในปัจจุบันนั้นมีคนจำนวนมากที่สนใจและนิยมไพ่นี้ จนทำเป็นเกมออนไลน์โดยเป้าหมายของไพ่นี้คือการที่ทำให้เรามีแต้มไพ่ในมือเราให้เหลือน้อยที่สุดแล้วกล่าวคำว่า”แคง” หรือไพ่ของเราในมือหมดลงเสียก่อน ถือว่าเป็นผู้ชนะซึ่งแต่ละรอบในการเล่นทั้งหมดจะใชัเวลาในการเล่นไม่เกิน 15 นาที ว่าแล้วมาทำความรู้จักกับ วิธีเล่นไพ่แคง และ กติกาการเล่นไพ่แคง กันเลยดีกว่า

ไพ่แคงได้รับความนิยมทั่วโลก

ไพ่แคงจากเป็นเกมไพ่พื้นบ้านของประเทศไทยเรานั้น ในปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมไปทั่วตั้งแต่ในไทยไปสู่ต่างประเทศ เป็นที่ให้ความสนใจกับเกมไพ่แคงเป็นอย่างมาก เป็นเกมที่เล่นได้สนุกสนาม ได้ฝึกสมอง ฝึกทักษะความคิดได้ดี รู้จักการวางแผนในการเล่น หากคุณเล่นแบบมั่วๆ คุณไม่มีทางชนะได้เลย นอกจะเป็นเกมไพ่ที่เล่นสนุกแล้ว ยังสามารถเป็นเกมที่ทำกำไรได้ดีอีกด้วย ในสมัยก่อนนั้น มีจะนิยมกันแค่ในพื้นที่เฉพาะภาคใต้ของไทยเราเท่านั้น ภูมิภาคอื่นในไทยเรา ยังไม่เคยได้รู้จักกันพอสมควร แต่ตอนนี้คุณได้ลองเล่นเกมไพ่แคงได้แล้วที่นี่ ทางเราได้ทำการพัฒนาเกมไทยฮิตต่างๆเข้ามาไว้ในรูปแบบของเว็บพนัน ที่ให้คุณได้เล่นกันอย่างสะดวกสบาย สำหรับท่านที่ยังไม่เคยได้ลอง จะมีกฎกติกาการเล่นให้คุณได้ลองศึกษาก่อนที่จะเริ่มเล่นก่อน เพื่อทำความเข้าใจในกติกาการเล่น นอกจากกติกาการเล่นแล้ว ล้วนอยู่ที่การวางแผนในการทิ้งไพ่ การแดงไพ่ของคุณด้วย หากคุณได้เรียนกูกติกาของไพ่จนเข้าใจหมดทุกอย่างและ หลังจากนั้นคุณได้มีการวางแผนในการเล่นเป็นอย่างดีนั้น คุณจะมีโอกาสในการชนะของเกมไพ่แคงเป็นอย่างมาก เพราะถ้าคุณทิ้งไพ่มั่วๆ คุณอาจจะโดนผู้เล่นท่านอื่นทำการทิ้งไพ่ตามและทำให้คุณเสียเงินได้โดยง่าย หลักการแรกคือคุณจะต้องจำไพ่ของผู้อื่นด้วย ว่าในมือเค้าทิ้งไพ่อะไรไปแล้วบ้าง

ไพ่แคง

กติการในการนับคะแนนของไพ่แคง

สำหรับกติกาในการนับคะแนนในการเล่นไพ่แคงนั้นหากเราใช้ไพ่ 1สำรับในการนับแต้มเป็นหลังดังนั้นดอกไพ่จึงไม่มีผลต่อการนับคะแนน หรือเรียกง่ายๆว่านับตามตัวเลขบนหน้าไพ่ดังนี้

  • ไพ่ A จะมีคะแนนเท่ากับ1คะแนน
  • ไพ่ K , Q และ J จะมีคะแนนเท่ากับ 10คะแนน
  • ไพ่2-10จะนับคะแนนตามหน้าไพ่

วิธีเล่นไพ่แคง มีดังนี้

  1. ผู้เล่นทุกคนจะต้องเดิมพันลงในเงินกองกลางเสียก่อน โดยแต่ละคนวางเดิมพันเท่าๆ กันซึ่งขึ้นอยู่กับโต๊ะเป็นคนตั้ง
  2. ผู้เล่นหนึ่งคนทำหน้าที่แจกไพ่ให้แต่ละคน คนละ 5 ใบวนจากด้านซ้าย หรือ ด้านขวา ก็ได้
  3. เมื่อทุกคนได้ไพ่ครบ 5 ใบแล้ว คนแรกจะเริ่มทำการจั่วไพ่จากกองกลาง 1 ใบ พร้อมกับเลือกไพ่ในมือทิ้งลงไป 1 ใบ (การทิ้งไพ่ควรเลือกไพ่ที่มีคะแนนมากที่สุดบนมือทิ้งไป)
  4. ผู้เล่นคนถัดไปมาดูก่อนไพ่ที่ผู้เล่นคนแรกทิ้งนั้น สามารถที่จะทิ้งไพ่ตามได้หรือไม่
  • หากทิ้งไพ่ตามได้ ให้ทิ้งไพ่ตามลงไป
  • หากทิ้งไพ่ตามไม่ได้ ให้จั่วไพ่ขึ้นมาจากองกลาง 1 ใบ แล้วก็เลือกไพ่ที่มีคะแนนมากที่สุดในมือ ทิ้งลงไป 1 ใบ หรือ หากไพ่ที่จั่วมานั้นซ้ำกับบนมือที่มีอยู่ ก็สามารถทิ้งไพ่ที่จั่วมาได้เช่นเดียวกัน
  1. สำหรับการเล่น ผู้เล่นคนที่เหลือไพ่ใบเดียว หากคิดว่าแต้มในมือน้อยแล้ว อยากจะแคงไพ่ ก็ให้หงายไพ่บนโต๊ะแล้วพูดว่า “แคง” ผู้เล่นท่านอื่นๆ จะได้ทราบว่า
  • ถ้าหากว่าการ แคง ในครั้งนั้น แต้มต่ำที่สุด จะเป็นผู้ชนะและได้รับเงินกองกลางไป
  • หากการแคงแล้วผู้อื่นมีแต้มน้อยกว่า คนที่แคงจะต้องเสียเงินให้กับคนที่มีแต้มน้อยกว่าเท่ากับจำนวนเงินที่อยู่ในกองกลางทันที
  1. หากไพ่กองกลางหมดก่อนที่จะมีผู้เล่น แคงไพ่ ผู้เล่นทุกคนจะต้องทิ้งไพ่บนมือลงมาเพื่อหาดูว่าไพ่ของใครมีแต้มน้อยที่สุด และจะได้ผู้ชนะในเกมนั้นทันทีและได้รับเงินรางวัลกองกลางไป

วิธีการเล่นแบบอื่น

  1. วางสิ่งของเดิมพันตามที่ตกลงกันไว้ในกองกลาง
  2. ให้ใครคนใดคนหนึ่งแจกไพ่รอบวงตามหรือทวนเข็มนาฬิกาโดยเริ่มจากตนเองก่อนวนไปจนครบทุกคน จากนั้นให้คนที่แจกไพ่นั้นหยิบไพ่จากกองมา1ใบ
  3. คนเล่นคนแรกจะมีไพ่ทั้งหมด6ใบ เลือกทิ้งใบใดใบหนึ่งจากมือโดยเลือกค่าไพ่ที่มากที่สุดในมือของตน แต่จะต้องระวังจ่ายไหลคนถัดไป
  4. จนกระทั่งเราคิดว่าเรามีแต้มบนมือน้อยที่สุด ให้กล่าวคำว่า”แคง”และเปิดไพ่ในมือ
  5. ผู้ชนะจะเรียกว่าเจ้า และเจ้าจะได้เดิมพันกองกลางทั้งหมดไป
  6. เจ้าจะเป็นผู้แจกไพ่คนแรกโดยแจกที่ตัวเจ้าเองก่อนแล้ววนไปจนทุกคนครบ5ตัวและแจกสุดให้ตังเองเป็นใบสุดท้ายเป็นใบที่6 เจ้าจะมี6ใบเป็นการเริ่มเกมเสมอ
  7. เมื่อไม่มีใครกล่าวคำว่า”แคง”แต่ว่าไพ่กองกลางหมดก่อนจะบังคับให้คนสุ่มไพ่ใบสุดท้ายทิ้งไพ่แล้วให้ทุกคนเปิดไพ่
  8. ดูว่าใครในวงมีแต้มน้อยที่สุดจะถือว่าคนนั้นเป็นผู้ชนะทันที

จุดเด่นของไพ่แคง

จุดเด่นของการเล่นไพ่แคง จนได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน คือเรื่องของการเอาชนะซึ่งกันและกันที่มีความตื่นเต้นและความสนุกสนานเป็นอย่างมาก ต้องลดแต้มไพ่ในมือให้ได้มากที่สุดคุณจึงจะถือว่าชนะ ดังนั้นการชิงไหวพริบเพื่อที่จะทิ้งไพ่ภายในมือให้ได้มากที่สุดคุณจึงจะชนะ ดังนั้นการชิงไหวพริบเพื่อที่จะทิ้งไพ่ และทำให้ตัวเองชนะจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญของไพ่แคง ผู้เล่นทุกคนจึงจะต้องพลิกแพลงเกมเพื่อเอาชนะให้ได้ จุดนี้เองถือว่าเป็นจุดเด่นที่จะทำให้ผู้เล่นทุกคนในวงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ต้องมีไหวพริบในการเล่น เพื่อที่จะทิ้งไพ่ในมือและให้เหลือแต้มน้อยกว่าผู้ต่อสู้คนอื่นเพื่อทำให้ตัวเองชนะ จึงเลยทำให้การเอาชนะผู้ต่อสู้นั้นเป็นจุดเด่นในการเล่นไพ่แคงมาอย่างต่อเนื่อง และจุดเด่นนี้ยังทำให้ผู้ต่อสู้ตื่นเต้น และคอยจับผิดการเล่นไพ่ของเราอยู่เสมอ แต่ถ้าเราชนะเราอาจจะดีใจสุดๆไปเลยเพราะการที่เราเล่นไพ่แคงนั้นจะทำให้เราตื่นเต้นและหวาดเสียวอยู่ตลอดเวลา ว่าแต้มในไพ่เราจะแต้มน้อยกว่าผู้ต่อสู้คนอื่นรึยัง ถ้าเราพูดคำว่า ‘แคง’ ไป เราอาจจะมีสิทธิ์แพ้หรือชนะผู้ต่อคนอื่นๆได้ตลอดเวลาเพราะเราไม่สามารถรู้หรือเห็นไพ่ของผู้ต่อสู้ได้ เราควรใช้วิจารณญาณในการเล่นควรเล่นอย่างมีไหวพริบและฉลาดในการเล่น

การน็อคทำอย่างไร

การน็อคไพ่แคงก็คือ การที่คุณทิ้งไพ้ในมือจนหมด ไม่เหลือแม้แต่ใบเดียว ในกรณีที่คุณถือไพ่ในมืออยู่ จำนวน 2-4 ใน แต่มีเลยเหมือนกันอย่างเช่น ไพ่คู่ 7 หรือตรง 7 หรือมีเลข 7 ทั้ง 4 ใบบนมือ คุณสามารถทำการทิ้งไพ่ทั้งหมดในมือได้เลย จะเป็นการน็อคของไพ่แคง และจะคุณชนะในรอบนั้นทันที การน็อคจะแตกต่างกับการชนะโดยการแคงไพ่ก็คือ การที่คุณมีแต้มน้อยแล้วทำการแคงไพ่ทั้งหมด ถ้าคุณมีแต้มน้อยที่สุดในวง คุณถึงจะชนะ แต่ถ้าคุณแคงไพ่แล้วมีผู้เล่นท่านอื่นที่มีแต้มน้อยกว่าคุณนั้น คุณจะต้องทำการเสียเงินรอบวง ซึ่งจะมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่วิธีการเล่นนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับวิธีการเล่นของแต่ละบุคคล บางคนมีไพ่คู่หรือไพ่ตอง อาจะทิ้งแค่ทีละใบ เพื่อดูเชิงท่านอื่นก่อนว่ามีไพ่ในมืออะไรกันบ้าง เพราะฉนั้นต้องมีหลักการเล่นเป็นอย่างมาก ยิ่งไพ่ในมือมีคู่สวยหลายใบ คุณยิ่งมีโอกาสชนะแบบน็อคหรือทำการแคงไพ่ได้แบบง่ายๆ เทคนิคการเล่นก็จะมีเพียงเท่านี้ ไม่ยุ่งยากอะไร

คำศัพท์ของไพ่แคง

ก่อนที่จะเริ่มเล่นเกมไพ่แคงนั้น คุณควรที่ศึกษาเกี่ยวกับคำศัพท์ของไพ่แคงก่อนว่ามีอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาอธิบายสั้นๆให้คุณเข้าใจอย่างง่ายๆ

  1. แคง คือการแคงไพ่ เมื่อคุณทำการเล่นไพ่ไปเรื่อยๆแล้วมั่นใจแล้วว่า ไพ่ในมือของคุณนั้นมีแต้มน้อยพอที่จะทำการจบเกมได้เลย เมื่อวนมาถึงรอบคุณ ให้คุณทำการเปิดไพ่พร้อมพูดคำว่า แคง เพื่อเป็นการยืนยันว่าคุณต้องการจะจบเกมในรอบนั้น
  2. จั่ว คือการจั่วไพ่จากไพ่กองกลางจนกว่าจะหมดกอง
  3. ไหลหรือตาม คือการทิ้งไพ่ไหลตามคนก่อนหน้า ยกตัวอย่างเช่น คนก่อนหน้าเราทิ้งไพ่ 6 ลงมา ถ้าในมือเรามีเลข 6 เราสามารถทำการไหลได้เลยโดยที่ไม่ต้องจั่วไพ่ก่อน
  4. แหกโค้ง คือการที่คุณแคงไพ่แล้ว มีผู้เล่นท่านอื่นแต้มน้อยกว่าคุณนั่นเอง
  5. หมดมือ คือการทิ้งไพ่ไหลตามผู้เล่นก่อนหน้าเราจะหมดมือนั่นเอง

รูเล็ต คืออะไรขั้นตอนการเล่นมีอะไรบ้าง?